อิทธิพลพายุฮาโตะทำนครพนมฝนตกหนักทั้งคืน พร้อมเฝ้าระวังสาขาแม่น้ำโขง

Last updated: Aug 24, 2017  |  587 จำนวนผู้เข้าชม  |  ข่าวเด่นวันนี้

อิทธิพลพายุฮาโตะทำนครพนมฝนตกหนักทั้งคืน พร้อมเฝ้าระวังสาขาแม่น้ำโขง

ระดับน้ำในแม่น้ำโขงขึ้นสูงกว่า 10 เมตร จ่อล้นตลิ่ง ทาง ปภ.นครพนม คุมเข้มความปลอดภัยเรือขนส่งไทย-ลาว

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ จ.นครพนม ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมามีฝนตกหนักต่อเนื่อง โดยอิทธิพลจากพายุไต้ฝั่นฮาโตะ ที่อ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อน พัดผ่านมาทาง ประเทศจีน เวียดนาม และลาว ทำให้ทางพื้นที่ภาคอีสาน รวมถึงนครพนมมีฝนตกหนักอีกรอบ โดยทางสถานีอุตุนิยมวิทยานครพนม ได้ประกาศเตือนให้ประชาชนในพื้นที่เสียงเฝ้าระวัง ปัญหาน้ำท่วมฉับพลัน เนื่องจากระดับน้ำโขงยังผันผวน เพิ่มขึ้นอีกวันละประมาณ 20 -30 เซนติเมตร ล่าสุดอยู่ที่ระดับประมาณ 9 เมตร ห่างจากจุดวิกฤต ประมาณ 4 เมตร ส่วนลำน้ำสาขาสายหลักของแม่น้ำโขง ที่ยังคงเฝ้าระวัง คือลำน้ำอูน ลำน้ำสงคราม เนื่องจากยังไม่พ้นจุดวิกฤต ยังอยู่ที่ระดับประมาณ 11 -12 เมตร หลังมีฝนตกลงมาซ้ำอีก ซึ่งจากการตรวจวัดปริมาณน้ำฝนของสถานีอุตุนิยมวิทยานครพนมเมื่อคืนที่ผ่านมาพบว่า พื้นที่ อ.นาทม ตกหนักสุด ปริมาณมากถึง 96 มิลลิเมตร รองลงมา คือ อ.ท่าอุเทน ปริมาณ 78 มิลลิเมตร ทำให้ลำน้ำสาขาสายหลักไหลระบายลงน้ำโขงช้า เสี่ยงต่อการเกิดน้ำเอ่อท่วมฉับพลัน

นอกจากนี้ ยังพบว่าได้เกิดพายุฝนตกหนักลมกระโชกแรง ในพื้นที่ อ.ท่าอุเทน อ.เมือง ทำให้มีต้นไม้ขนาดใหญ่ ริมถนนสายท่าอุเทน มุ่งหน้าไปยัง อ.ศรีสงคราม โค่นหลายต้น รวมถึงเสาไฟฟ้าแรงสูง โค่น อยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบแก้ไข

ขณะเดียวกันในส่วนของพื้นที่ลำน้ำอูน ลำน้ำสงคราม ยังคงมีปัญหาน้ำเอ่อท่วมพื้นที่การเกษตรของเกษตรกร ในพื้นที่ อ.นาหว้า อ.ศรีสงคราม อ.นาทม อ.โพนสวรรค์ ทำให้นาข้าวของเกษตรกร เสียหายเพิ่มมากขึ้น เพราะระดับน้ำท่วมขังนานกว่า 1 เดือน คาดว่าจะมีพื้นที่นาข้าวรวมเสียงหายไม่ต่ำกว่า 1 แสนไร่ โดยทางจังหวัดนครพนม ได้ประสานงานหน่วยงานเกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบให้ความช่วยเหลือพิจารณาจ่ายเงินชดเชย ตามระเบียบทางราชการ ภายหลัง จ.นครพนม ได้ประกาศพื้นที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วม รวม 11 อำเภอ มีพื้นที่กานเกษตรนาข้าวเสียหายไม่ต่ำกว่า 2 แสนไร่ รวมมูลค่าความเสียหายทุกด้าน คาดว่าจะต้องใช้เงินชดเชยฟื้นฟู ไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท ถือว่ากระทบหนักสุดรอบ 50 ปี

 

ระดับน้ำโขงยังจ่อล้นตลิ่ง อยู่ที่ระดับประมาณ 10 เมตร ห่างจากจุดวิกฤติประมาณ 3 เมตร คือ ที่ 13 เมตร แต่บางพื้นที่อำเภอชายแดน ประกอบด้วย อำเภอเมือง อำเภอธาตุพนม ทำให้ระดับน้ำโขงเริ่มมีปัญหาจ่อล้นตลิ่ง มีระดับห่างจากตลิ่งประมาณแค่ 1 เมตร โดยทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้เตรียมพร้อมวางแผนรับมือ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำในการเร่งระบายน้ำไหลลงสู่น้ำโขง หากมีฝนตกหนักต่อเนื่อง แต่โชคดีในช่วงนี้ปริมาณน้ำฝนมีน้อย ส่วนใหญ่ปริมาณน้ำโขงเพิ่มมาจากมวลน้ำทางภาคเหนือไหลมาสมทบ โดยต้องยังเฝ้าระวังต่อเนื่อง เพราะหากมีปริมาณฝนตกในพื้นที่ต่อเนื่องจะส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำโขง หนุนเอ่อท่วมพื้นที่เสี่ยงติดกับแม่น้ำโขงอย่างแน่นอน เพราะลำน้ำสาขาจะไม่สามารถไหลลงน้ำโขงได้

 

 ขณะเดียวกัน ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.นครพนม ได้ประสานงานร่วมกับกรมเจ้าท่า และหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เพิ่มมาตรการเข้มในการดูแลความปลอดภัย กำชับให้ผู้ประกอบการเดินเรือตามจุดผ่อนปรนตลาดไทย-ลาว ในพื้นที่ อ.ท่าอุเทน และ อ.ธาตุพนม ที่เป็นตลาดศูนย์กลางแลกเปลี่ยนสินค้าชายแดน ให้มีการตรวจสอบเรือโดยสาร และเรือบรรทุกสินค้าข้ามฟากไทย–ลาว ให้ดูแลเรื่องความปลอดภัย จัดหาอุปกรณ์ชูชีพ และห้ามไม่ให้มีการบรรทุกน้ำหนักเกินกำหนด เนื่องจากช่วงนี้น้ำโขงสูงไหลเชี่ยว เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางเรือ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็วดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด


ขอบคุณข้อมูลภาพจากมติชนออนไลน์

Powered by MakeWebEasy.com