วิกฤตน้ำเค็มรุก! ทุเรียนนนท์ใบเหลือง เร่งรัฐช่วยเหลือด่วน

Last updated: Jan 7, 2020  |  1311 จำนวนผู้เข้าชม  |  ข่าวเด่นวันนี้ ข่าวสารจังหวัดนนทบุรี

วิกฤตน้ำเค็มรุก! ทุเรียนนนท์ใบเหลือง เร่งรัฐช่วยเหลือด่วน

เกษตรกรชาวสวนทุเรียน จังหวัดนนทบุรี ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำเสียและน้ำเค็มรุกพื้นที่นานหลายเดือน ต้องลงทุนใช้น้ำประปารดต้นทุเรียนแทนน้ำจากคลองหรือร่องสวน หวั่นหากไร้การแก้ไขที่ยั่งยืน ทุเรียนพันธุ์ดั้งเดิมและเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดจะสูญพันธุ์

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 6 มกราคม 2563 ณ ศูนย์จำหน่ายสินค้าด้านการเกษตร สินค้ากลุ่มแม่บ้าน สินค้าวิสาหกิจชุมชนและสินค้า OTOP อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี นางจุรีรัตน์ เทพอาสน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เป็นประธานการประชุมเพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูทุเรียนในจังหวัดนนทบุรี ร่วมกับเกตรกรชาวสวนทุเรียน เพื่อหาแนวทางและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำเค็ม โดยมีนายสุพจน์ ธูปแพ ประธานชมรมอนุรักษ์ทุเรียนนนทบุรี นายประพนธ์ ธูปะเตมีย์ รักษาการเกษตรจังหวัดนนทบุรี นายทรงพล สวยสม ชลประทานจังหวัดนนทบุรี นางสาวนพรัตน์ ศรีสวัสดิ์ ผู้อำนวยการกองบริการ การประปานครหลวงมหาสวัสดิ์นนทบุรี นายชัยวัฒน์ นาคแย้ม สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี ผู้แทนนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี พร้อมเกษตรกรที่เกี่ยวข้องจำนวน 30 กว่าท่านเข้าร่วมประชุม

นางจุรีรัตน์ เทพอาสน์ รองผู้ว่าฯจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า สืบเนื่องจากปีนี้ปัญหาภัยแล้งและน้ำเค็มค่อนข้างรุนแรง ส่งผลกระทบกับเกษตรกรต่างๆ จำนวนมาก จึงมาร่วมกันหาแนวทางการแก้ไข โดยรับฟังปัญหาจากเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน รวมทั้งการประปานครหลวง ชลประทาน เกษตรจังหวัด ทั้งนี้เกษตรจังหวัด ก็ได้รวบรวมรายชื่อเกษตรกร ในจังหวัดนนทบุรีกว่า 392 ราย เพื่อขอสนับสนุนน้ำประปา เพื่อใช้ในการเกษตร กับการประปานครหลวง สรุปว่าการประปาจะเปิดจุดให้บริการที่สาขา โดยทางจังหวัดจะประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ  ในเรื่องรถขนน้ำที่จะนำไปให้เกษตรกร รวมทั้งจุดสูบน้ำจากคลองต่างๆ บริเวณที่น้ำยังไม่เค็มเพื่อไปช่วยเหลือเกษตรกร ซึ่งเกษตรกรในจังหวัดนนทบุรี ส่วนใหญ่มีศักยภาพ มีเครื่องวัดค่าน้ำเค็ม มีระบบปิดเปิดน้ำเข้าพื้นที่ของตัวเองรวมทั้งมีการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง

นายทรงพล สวยสม ชลประทานจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า ขณะนี้มีน้ำต้นทุนในเขื่อนประมาณ 4,000 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) ซึ่งในการวางแผนต้องเน้นเรื่องอุปโภคและบริโภคและการผลิตน้ำประปาเป็นหลัก ส่วนเรื่องน้ำเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยา วัดค่าได้วันนี้ ที่สะพานพระนั่งเกล้าวัดได้ 3.74 ptt และ ที่ท่าน้ำนนท์วัดได้ 4.16 ptt ไม่เหมาะจะใช้ในการเกษตร กรมชลประทาน ได้ผันน้ำจากแม่น้ำท่าจีนและแม่น้ำบางปะกงผ่านคลองสาขาต่างๆ เข้ามาเพื่อดันน้ำเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยา

นางสาวนพรัตน์ ศรีสวัสดิ์ ผอ.กองบริการ การประปานครหลวงมหาสวัสดิ์นนทบุรี กล่าวว่า ขณะนี้การประปานครหลวงจะเปิดจุดให้บริการน้ำเกษตรกรที่ลงทะเบียนไว้ โดยสามารถไปขอน้ำรับน้ำได้ที่สาขาของการประปาต่างๆในพื้นที่ ส่วนจุดบริการน้ำประปาตามริมถนนต่างๆยังไม่เปิดให้บริการ เนื่องจากควบคุมยาก เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบสามารถนำรถ โดยอาจเป็นรถขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ต่างๆ ไปรับน้ำได้ และจะได้รับการช่วยเหลือค่าน้ำในอัตราคงที่ตั้งแต่ลูกบาศก์เมตรที่ 50 ขึ้นไป

 

นายสุพจน์ ธูปแพ ประธานชมรมอนุรักษ์ทุเรียนนนทบุรี กล่าวว่า อยากให้การประปาเพิ่มหัวจ่ายตามจุดต่างๆ เพื่อเกษตรกรสะดวกในการรับน้ำ เพราะขณะนี้น้ำเค็มมากใช้ในการเกษตรไม่ได้ อาจทำให้ทุเรียนที่กำลังออกดอกแย่ จึงอยากขอให้ส่วนราชการต่างๆบูรณาการร่วมกันช่วยเหลือชาวสวนผู้ปลูกทุเรียนกว่า 2,000 ไร่

 นายสำเริง สุนทรแสง เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนพื้นที่ตำบลบางกร่าง อำเภอเมืองนนทบุรี กล่าวว่า ตนปลูกทุเรียน 4 ไร่ 130 กว่าต้น ขณะนี้เริ่มออกดอกแล้วกว่า 90 ต้น รับทราบสถานการณ์น้ำเค็มมาตั้งแต่เดือนธันวาคม โดยกันน้ำเข้าร่องสวนไว้ใช้ เมื่อเช้าวัดค่าน้ำเค็มในคลองได้ 1.5 ptt ในร่องสวนวัดได้ 0.6 ptt ซึ่งน้ำใช้รดทุเรียนไม่ควรเกิน 0.4 ptt ส่วนน้ำประปาวัดได้ 0.10 ptt ซึ่งก็ถือว่ายังเค็ม

“ปีนี้ปัญหาภัยแล้งและน้ำเค็มค่อนข้างรุนแรง เกษตรกรทราบดีและได้กักเก็บน้ำไว้ใช้ในร่องสวน แต่ต่อไปก็คงไม่พอแน่ เมื่อน้ำในร่องสวนน้อยลงความเข้มจะเพิ่มขึ้นด้วย ขณะนี้เกษตรกรกำลังมองหาแหล่งน้ำจากแหล่งต่างๆ ที่น้ำยังไม่เข้มเพื่อช่วยเหลือตัวเองไปก่อน ขณะนี้ต้นทุเรียนหลายต้นเริ่มรับผลกระทบจากน้ำเค็มแล้วโดยใบเริ่มเหลือง บางต้นต้องเด็ดดอกทิ้งเพื่อรักษาต้นไว้ไม่ให้ตาย”

นายบรรจง สิทธิน้อย อายุ 69 ปี เจ้าของศูนย์เรียนรู้ไม้ดอกไม้ประดับ ตำบลมหาสวัสดิ์ อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า ที่สวนเรารู้ว่าน้ำในคลองมหาสวัสดิ์และคลองโคนอนเค็ม ตนป้องกันแล้วแต่น้ำเค็มซึมเข้ามาที่บ่อกักน้ำได้ ทำให้ที่สวนได้รับผลกระทบจากน้ำเค็มพืชไม้ดอกไม้ประดับ เกิดความเสียหายใบเหลือง ไหม้ ตอนนี้ความเสียหายที่ได้รับหลายหมื่นบาท ทางเรากักน้ำแล้วป้องกันแล้วแต่ก็มีน้ำเค็ม ทางหน่วยงานราชการก็หาแหล่งน้ำมาช่วย ถ้าความเค็มระยะเวลานานก็จะขาดแคลนน้ำ ส่วนการประปาที่จะช่วยลดค่าน้ำให้เกษตรกรอยากทราบว่าจะช่วยเหลือชัดเจนขนาดไหน ที่สวนใช้น้ำประปาเดือนละ 7-8 พันบาทและถ้าแล้งยาวนานถึงเดือน พ.ค.จะตกเป็นเงินจำนวนมากทำให้ต้นทุนสูง ปีนี้ภัยแล้งยาวนานเกษตรกรไม่แน่ใจว่าการประปาจะช่วยได้มากน้อยแค่ไหน

 

นายรักษ์ นันทิยะประดิษฐ์ อายุ 64 ปี เจ้าของสวนทุเรียน ตำบลบางกร่าง อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า ตนมีสวนทุเรียนประมาณ 10 ไร่ ปัญหาภัยแล้งและน้ำเค็มเข้ามาทำให้ทุเรียนเกิดปัญหาใบไหม้ ในพื้นที่ 9 หมู่ปลูกทุเรียนประมาณ 150 รายกระทบจากน้ำเค็มใช้น้ำในคลองไม่ได้แล้ว หลังจากประชุมทางการประปาได้ให้ความช่วยเหลือลดค่าน้ำประปาให้ เพื่อนำมาใช้ลดต้นทุเรียนแทนก็ช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่ปีนี้ภัยแล้งยาวนานชาวสวนทุเรียนต้องหาวิธีช่วยเหลือตนเอง รดน้ำให้น้อยลง ใช้ใบกล้วยคลุมดินเก็บความชื้น บางพื้นที่พบน้ำเค็มมีค่าสูงทางการประปามหาสวัาดิ์เปิดน้ำคลองประปาช่วยดันน้ำให้ความเค็มลดลง เรื่องการเยียวยาด้านอื่นสำหรับปี 2563 ยังไม่แน่ชัดว่าจะได้รับการช่วยเหลืออย่างไรบ้างนอกจากการลดค่าน้ำประปา

ด้านนายประหยัด ไชยสิทธิ์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรี เปิดเผยถึงข้อสรุปเบื้องต้นว่า ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรี ได้รับมอบหมายให้ สำรวจเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำเค็ม และได้มีการรวบรวมรายชื่อ อยู่ที่ประมาณ 200 กว่าราย ซึ่งเป็นเกษตรกรสวนทุเรียนอยู่ที่ประมาณ 80% และอาจจะมีการแจ้งความจำนงเพิ่มเติมอีก เพราะปัจจุบันมีเกษตรกรที่ปลูกทุเรียนในจังหวัดนนทบุรีอยู่กว่า 270 ราย ซึ่งตอนนี้ได้ทำหนังสือถึงทางชลประทานแล้ว และทางการประปานครหลวงแล้ว ซึ่งทางการประปาฯ จะเป็นหน่วยงานหลักในการให้ความช่วยเหลือ คือการลดหย่อนค่าน้ำประปา หากเกษตรกร ใช้น้ำประประปาเกิน 50 คิว จะมีการคิดอัตราคงที่ 10 บาท 50 สิบสตางค์ โดยขณะนี้เร่งสำรวจจุดจ่ายน้ำ ซึ่งตอนนี้มีการเปิดจุดจ่ายน้ำตามสาขาการประปา แต่ในส่วนของจุดจ่ายน้ำภายนอกที่จะต้องตั้งอยู่ในถนนเส้นหลัก ต้องมีการไปสำรวจว่าจุดจ่ายน้ำแต่ละจุดว่า ค่าคุณภาพของน้ำสามารถใช้การได้ จุดใดบ้างเพื่อให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น อบจ. และ อบต. ต่างๆ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีอุปกรณ์ในการไปรับน้ำมาช่วยเหลือเกษตรกรให้มีน้ำใช้ในการเกษตร

Powered by MakeWebEasy.com