ศาลตัดสิน จำคุก บุญทรง 42 ปี สั่งชดใช้ค่าเสียหายคดีข้าวจีทูจี 1.6 หมื่นล้านบาท

Last updated: Aug 26, 2017  |  1644 จำนวนผู้เข้าชม  |  ข่าวเด่นวันนี้

ศาลตัดสิน จำคุก บุญทรง 42 ปี สั่งชดใช้ค่าเสียหายคดีข้าวจีทูจี 1.6 หมื่นล้านบาท

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาสั่งจำคุก "บุญทรง เตริยาภิรมย์" 42 ปี "ภูมิ สาระผล" 36 ปี คดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี)

          เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2560 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดฟังคำพิพากษาคดีระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐหรือ จีทูจี ที่มี นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และพวก เป็นจำเลยร่วมกัน 28 คน โดยศาลพิจารณาข้อเท็จจริงและอ่านพฤติการณ์แห่งคดี นานกว่า 5 ชั่วโมง จนมีคำพิพากษาสั่งจำคุก นายภูมิ สาระผล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ จำเลยที่ 1 36 ปี นายบุญทรง 42 ปี นายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ 40 ปี นายทิฆัมพร นาทวรทัต ผู้อำนวยการสำนักบริหารการค้าข้าว 32 ปี นายอัครพงศ์ ช่วยเกลี้ยง เลขานุการกรมการค้าต่างประเทศ 24 ปี และนายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือ เสี่ยเปี๋ยง 48 ปี และได้พิพากษาให้ บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ในฐานะจำเลยที่ 10 รวมถึง เสี่ยเปี๋ยง และนายนิมล รักดี จำเลยที่ 15 ร่วมกันชดเชยค่าเสียหายแก่กระทรวงการคลัง ที่เกิดขึ้นจากการทำสัญญาซื้อขายข้าวจีทูจี 4 ฉบับ รวมมูลค่ากว่า 1 หมื่น 6 พันล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 นับตั้งแต่วันที่รับมอบข้าวตามสัญญาแต่ละฉบับ ขณะเดียวกัน ศาลได้ยกฟ้องจำเลยที่ 19 และ 22-28 เนื่องจากเห็นว่า มีพยานหลักฐานไม่เพียงพอที่จะพิจารณาคดีได้

          สำหรับสาระสำคัญของกระบวนการพิจารณาคดีนี้ ศาลเห็นว่า การทำสัญญาซื้อขายข้าวจีทูจี จำนวน 4 ฉบับที่ขายให้รัฐวิสาหกิจจีน 2 แห่ง ไม่ได้เป็นหน่วยงานที่ได้รับการรับรองจากรัฐบาลกลางจีน และมีข้อพิรุธในการทำสัญญาหลายแห่ง โดยศาลพบว่า การทำสัญญาไม่มีการแสดงหนังสือมอบอำนาจจากรัฐบาลกลางจีน และซื้อขายในสกุลเงินบาท ซึ่งไม่เป็นไปตามหลักสากล รวมถึงการชำระเงินด้วยการโอนเงินภายในประเทศ และจ่ายเป็นแคชเชียร์เช็ค ที่ถือเป็นการเปิดช่องทางให้มีการนำข้าวที่ซื้อแล้ว กลับมาเวียนขายในประเทศได้

          ขณะที่สัญญาฉบับแรก มีระยะเวลาตั้งแต่ที่บริษัททำหนังสือขอซื้อข้าวจากกรมการค้าต่างประเทศ จนถึงการมีมติเห็นชอบให้เจรจาซื้อขาย ใช้เวลาเพียง 9 วัน ทั้งที่สัญญามีมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท

          โดยวันนี้จำเลยทั้งหมดมาศาล ยกเว้นจำเลยที่ 21 โดยทนายความแจ้งว่า ได้เข้ารับการรักษาอาการอาหารเป็นพิษ เสี่วงไตวายเฉียบพลัน ที่จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งศาลไม่เชื่อว่าป่วยจริง และเห็นว่า จงใจมีพฤติการณ์หลบหนี จึงเห็นควรให้ออกหมายจับ และนัดอ่านคำพิพากษาจำเลย วันที่ 27 กันยายน 2560 ส่วนจำเลยที่ 3 และ 16 หลบหนีไปก่อนหน้านี้

           จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้นำตัว นายบุญทรง นายภูมิ และพวก รวม 17 คน ขึ้นรถห้องขัง ไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพทันที

 

          ศาลฎีกาฯพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยมีความผิด พิพากษาลงโทษจำคุก เช่น นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ 36 ปี นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ 42 ปี  นายมนัส สร้อยพลอย 40 ปี นายฑิฆัมพร นาทวรทัต 32 ปี นายอัครพงศ์ ช่วยเกลี้ยง หรือทีปวัชระ 24 ปี มีความผิดฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 151 และผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 (พ.ร.บ.ฮั้ว) มาตรา 12 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) มาตรา 123/1

          ส่วนกลุ่มบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด และเครือข่าย เช่น นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร 48 ปี นายสมคิด เอื้อนสุภา 16 ปี นายรัฐนิธ โสจิระกุล 19 ปี  มีความผิดฐานสนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 151 ผิดตาม พ.ร.บ.ฮั้ว มาตรา 12 และ พ.ร.บ.ป.ป.ช. มาตรา 123/1 เป็นต้น 

          นอกจากนี้ ในส่วนของบริษัท สยามอินดิก้าฯ นายอภิชาติ และ นายนิมล รักดี (โจ) ให้รวมกันชดใช้เงินจำนวน 1.69 หมื่นล้านบาท 

          ต่อมา เมื่อ‪เวลา 16.30 น.องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยในคดีทุจริตการระบายข้าว ที่ได้ยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวในระหว่างอุทธรณ์ ‬

          นายธนกร แหวกวารี ทนายความนายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (จำเลยที่ 4) กล่าวว่า หลังศาลมีคำพิพากษาให้จำคุกจำเลย ได้ยื่นคำร้องในส่วนของจำเลยที่ได้รับผิดชอบคดีอยู่ คือนายมนัส สร้อยพลอย นายทิฆัมพร นาทวรทัต อดีตรองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ และนายอัครพงศ์ ช่วยเกลี้ยง อดีต ผอ. สำนักการค้าข้าวต่างประเทศ จำเลยที่ 4-6 ในคดี แต่ศาลได้มีคำสั่งให้ยกคำร้องโดยไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยทุกคนที่ได้ยื่นประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าจะหลบหนี ‬

          นายธนกร กล่าวอีกว่า ส่วนนายภูมิ และนายบุญทรง ทราบว่า ได้ยื่นประกันตัว แต่ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวเช่นกัน เนื่องจากเป็นคดีมีอัตราโทษสูง เกรงจะหลบหนี อย่างไรก็ตามทีมทนายจะได้พิจารณาหาแนวทางในการยื่นคำร้องขอประกันตัวต่อไป‬

          ขณะที่นายนรินทร์ สมนึก ทนายความของนายบุญทรง กล่าวว่า หลังจากนี้ทีมทนายเตรียมที่จะยื่นอุทธรณ์ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่สามารถยื่นได้ภายใน 30 วันนับจากศาลฎีกาฯมีคำพิพากษาโดยไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานใหม่ โดยจะอุทธรณ์ประเด็นใดไม่ขอเปิดเผย‬‪ และภายหลังจากที่ได้รับฟังคำพิพากษาแล้วมีโอกาสพูดคุยกับนายบุญทรงเล็กน้อย โดยนายบุญทรงบอกแต่เพียงว่าให้ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป และปัจจุบันนายบุญทรง ยังไม่ทราบว่า องค์คณะผู้พิพากษาฯ ไม่ให้ประกันตัว ดังนั้นต้องรอวันที่ 28 สิงหาคม 2560 จึงจะยื่นคำร้องซ้ำอีกครั้ง

          มีรายงานว่า สำหรับการยื่นประกันครั้งนี้ นายภูมิ จำเลยที่ 1 และนายบุญทรง จำเลยที่ 2 ทนายความได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นวงเงินคือ 20 ล้านบาทและ 30 ล้านบาท ‪ส่วนนายมนัส สร้อยพลอย ได้ยื่นหลักทรัพย์เพิ่มจากหลักทรัพย์เดิมที่เคยยื่นไว้ 12 ล้านบาท นายทิฆัมพร นาทวรทัต และนายอัครพงศ์ ช่วยเกลี้ยง ใช้หลักทรัพย์เดิมคนละ 8 ล้านบาท

          ความคืบหน้าขณะนี้ นายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยต่อสื่อมวลชนหลายสำนักว่า เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครได้รับตัวนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ พร้อมกับจำเลยคนอื่น ๆ มาที่เรือนจำแล้ว

 

          ทั้งนี้ ศาลฎีกาฯ มีคำพิพากษาด้วยว่า นายสมยศ คุณจักร ยกฟ้อง เช่นเดียวกับ หจก.โรงสีกิจทวียโสธร นายทวี อาจสมรรถ หุ้นส่วนผู้จัดการ หจก.โรงสีกิจทวียโสธร และกรรมการบริษัท กิจทวียโสธรไรซ์ จำกัด บริษัท กิจทวียโสธรไรซ์ จำกัด บริษัท เค.เอ็ม.ซี.อินเตอร์ไรซ์ (2002) จำกัด นายปกรณ์ ลีศิริกุล กรรมการบริษัท เค.เอ็ม.ซี.อินเตอร์ไรซ์ (2002) จำกัด บริษัท เจียเม้ง จำกัด นางประพิศ มานะธัญญา กรรมการบริษัท เจียเม้ง จำกัด ให้ยกฟ้องด้วย 

          ส่วน น.ส.ธันยพร จันทร์สกุลพร กรรมการบริษัท สิราลัย จำกัด เครือญาตินายอภิชาติ ไม่มาศาล ทนายความผู้รับมอบอำนาจยื่นคำร้องว่า เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2560 น.ส.ธันยพร แจ้งว่า พักรักษาตัวจากอาการป่วยอาหารเป็นพิษ และเสี่ยงไตเสื่อมเฉียบพลันที่ค่ายสุรสีห์ จ.กาญจนบุรี ฝ่ายโจทก์คัดค้าน ไม่เชื่อว่า น.ส.ธันยพร ป่วยจริง ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า อาการป่วยดังกล่าว ไม่น่าจะสาหัสถึงขนาดมาฟังคำพิพากษาไม่ได้ เชื่อว่ามีพฤติการณ์หลบหนี ให้ออกหมายจับ ปรับนายประกัน และเลื่อนไปฟังคำพิพากษาในวันที่ 27 กันยายน 2560

 

          สำหรับจำเลยทั้งหมด 28 ราย ได้แก่ 1.นายภูมิ สาระผล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ 2.นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รมว.พาณิชย์ 3.พ.ต.นพ.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ (ปัจจุบันหลบหนีหมายจับ) 4.นายมนัส สร้อยพลอย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ 5.นายฑิฆัมพร นาทวรทัต เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผอ.สำนักบริหารการค้าข้าว 6.นายอัครพงศ์ ช่วยเกลี้ยง หรือทีปวัชระ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง เลขานุการกรมการค้าต่างประเทศ

          7.นายสมคิด เอื้อนสุภา พนักงานส่งเอกสารบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด 8.นายรัฐนิธ โสจิระกุล (ปาล์ม) 9.นายลิตร พอใจ พนักงานขับรถบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด 10.บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด 11.น.ส.รัตนา แซ่เฮ้ง กรรมการ และผู้ถือหุ้นบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด 12.น.ส.เรืองวัน เลิศศลารักษ์ กรรมการ และผู้ถือหุ้นบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด 13.น.ส.สุทธิดา ผลดี หรือจันทะเอ พนักงาน กรรมการ และผู้ถือหุ้นบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด 14.นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร 15.นายนิมล รักดี (โจ) 16.นายสุธี เชื่อมไธสง 17.นางสุนีย์ จันทร์สกุลพร พนักงานบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด เครือญาตินายอภิชาติ 18.นายกฤษณะ สุระมนต์ 19.นายสมยศ คุณจักร 20.บริษัท สิราลัย จำกัด (ปัจจุบันบริษัท กีธา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด) 21.น.ส.ธันยพร จันทร์สกุลพร กรรมการบริษัท สิราลัย จำกัด เครือญาตินายอภิชาติ

 

          22.หจก.โรงสีกิจทวียโสธร 23.นายทวี อาจสมรรถ หุ้นส่วนผู้จัดการ หจก.โรงสีกิจทวียโสธร และกรรมการบริษัท กิจทวียโสธรไรซ์ จำกัด 24.บริษัท กิจทวียโสธรไรซ์ จำกัด 25.บริษัท เค.เอ็ม.ซี.อินเตอร์ไรซ์ (2002) จำกัด 26.นายปกรณ์ ลีศิริกุล กรรมการบริษัท เค.เอ็ม.ซี.อินเตอร์ไรซ์ (2002) จำกัด 27.บริษัท เจียเม้ง จำกัด 28.นางประพิศ มานะธัญญา กรรมการบริษัท เจียเม้ง จำกัด

          นายบุญทรง พร้อมนายภูมิ เเละผู้ต้องหาในคดีได้เดินออกมาจากภายในอาคารศาล เพื่อขึ้นรถเรือนจำพิเศษ กรุงเทพมหานคร เลขทะเบียน 32-6147 กรุงเทพมหานคร โดยสวมเสื้อสีขาว กางเกงสเลค รองเท้าหนังสีดำ มีสีหน้าเรียบเฉย ท่ามกลางการคุ้มกันของเจ้าหน้าที่ตำรวจเเละกองทัพช่างภาพสื่อมวลชนที่รอมาบันทึกภาพวินาทีที่นายบุญทรงเดินขึ้นรถควบคุมนักโทษ เพื่อไปฝากขังที่เรือนจำกลางพิเศษกรุงเทพ


ขอบคุณข้อมูลภาพข่าว : สำนักข่าวอิศรา | ไทยรัฐ | ช่อสะอาด

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com